วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ขนมอาลัว
วันนี้ทำขนมง่ายๆแต่ว่าทานมากไม่ดี เพราะขนมนี้จะหวานมากมีแต่แป้ง และน้ำตาล ทานบ่อยๆจะน้ำหนักขึ้นเร็ว
แต่ถ้าใครชอบทานก็ลองทำดูได้
เครื่องประกอบด้วย:-
แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๑/๒ ถ้วยตวง (ใช้แป้งเค้กได้)
น้ำกะทิ ๑ ๑/๔ - ๑ ๑/๒ ถ้วยตวง (เพิ่มเป็น ๒ ถ้วยได้ แต่ใช้เวลากวนนานขึ้นเพื่อให้ขนมข้น)
น้ำตาลทราย ๑ ถ้วยตวง (เพิ่มลดได้)
น้ำใบเตยเข้มข้น ๑ ช้อนโต๊ะ หรือผงโกโก้, ไมโล, โอวัลติน, กาแฟ ฯลฯ ๑ ช้อนโต๊ะ (เพิ่มลดได้) ชอบอะไรใช้อย่างนั้น หรือ สีผสมอาหาร ๑ - ๒ หยด
(สูตรนี้ทำได้ประมาณ ๑ ถาดอบคุ๊กกี้)
อุปกรณ์ประกอบ:-
ช้อน หรือ
ที่บีบแต่งหน้าเค้ก เราใช้ที่กดคุกกี้ซึ่งสามารถเปลี่ยนหัวเป็นแต่งหน้าเค้กได้ อีกอันเป็นหลอดเล็กๆสำหรับแต่งหน้าเค้ก รูปแบบที่จะใช้ตามชอบมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่
__________________
เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น replyquote30 March 2011 02:13 PM tangthai
fanatic - founder 5625 posts 0 permalink
วิธีทำ:-
แบบที่ ๑
ตวงแป้ง น้ำตาลและกะทิ ใส่ชาม (แบ่งกะทิไว้ ๒ - ๔ ช้อนโต๊ะ เอาไว้ใส่เพิ่มตอนแป้งสุกแล้วก็ได้ แป้งที่สุกจะได้นุ่มขึ้นหยอดได้ง่าย)
ใช้ช้อนหรือตะกร้อมือตีให้เข้ากันดี
(ถ้าขยันตวงน้ำตาลและกะทิใส่หม้อตั้งไฟปานกลางพอน้ำตาลละลายดี ปิดไฟพักให้เย็น ตวงแป้งใส่ชาม ช้อนหน้ากะทิที่ทำไว้ใส่แป้งแล้วนวดจนแป้งเหนียว ค่อยเทส่วนที่เหลือลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แป้งไม่จับเป็นเม็ดใช้ได้)
เทส่วนผสมใส่กระทะทอง หรือกระทะเทฟล่อน ยกตั้งไฟปานกลางคนตลอดเวลา พอแป้งเริ่มข้นคนเร็วๆแรงๆ
เมื่อแป้งเริ่มใส ใส่น้ำใบเตย หรือ อื่นๆที่ใช้หรือสีผสมอาหารลงไป คนต่อจนใสไม่ขุ่นปิดไฟได้ ถ้าใครแบ่งกะทิไว้ ใส่เพิ่มลงไปตอนนี้แล้วคนแรงๆเร็วๆให้เข้ากันใช้ได้
ถ้าทำหลายสี กวนได้ที่แล้ว แบ่งใส่ถ้วยตามสีที่จะทำ จึงใส่สีผสมอาหารหรืออื่นๆที่ใช้ลงไป คนให้เข้ากันดี
(หากทำสีเดียวจะใส่สีผสมอาหาร หรือผงโกโก้ หรืออื่นๆที่ใช้ลงไป คนให้เข้ากันดี แล้วจึงนำไปกวนก็ได้)
พักให้อุ่น หรือใครจะทำตอนร้อนก็ได้ (ทำตอนร้อนๆดีกว่าเพราะจะบีบเป็นตัวได้ง่าย หากอุ่นหรือเย็นแล้วส่วนผสมจะเริ่มแข็งมากขึ้น) ใช้ช้อนชา ๒ คัน ตักแป้งหยอดใส่ถาดที่ทานำ้มันบางๆ หรือใส่ที่บีบแต่งหน้าเค้กเลือกหัวตามชอบ บีบใส่ถาด เวลาบีบเสร็จแล้วยกหัวบีบออกทันทีบางทีจะทำให้ขนมมีหางยาวมาก แต่ถ้าหยุดบีบแล้วพักแป๊บหนึ่งค่อยยกออกหางจะพอดี หรือเทใส่ถาด แล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆก็ได้
ตากแดดไว้ ๒ - ๓ แดดพอให้ผิวนอกแห้งใช้ได้ ถ้าไม่มีแดดเอาเข้าเตาอบ ใช้ไฟ ๑๗๐ - ๑๘๐ ฟาเรนไฮต์ หรือ น้อยกว่านี้ก็ดี (เตาอบบ้านเราลดไฟได้ต่ำสุดแค่ ๑๗๐ ฟาเรนไฮต์) ทำเป็นแดดเทียมได้ หากมีไฟบนให้ใช้แต่ไฟบน ถ้าเตาอบใครร้อนเกินไป ให้แง้มฝาเตาอบไว้ เพื่อให้ความร้อนระบายออกมาข้างนอกบ้าง อบพอผิวแห้งตามชอบก็แล้วกัน
ทางที่ดีที่สุดตากแดด ง่ายดีไม่เปลืองไฟด้วย
***หมายเหตุ***
- แป้งที่กวนเสร็จแล้วและข้นหนืดมากๆ เมื่อตากแดดจะแห้งเร็ว เนื้อในขนมนุ่ม หากแป้งที่กวนเหลวเกินไปเนื้อในขนมจะกระด้างแข็ง
- หากเผลอตวงส่วนผสมผิดพลาดทำให้แป้งเหลวไป วิธีแก้คือ ตวงแป้งเพิ่มอีก ๑ หรือ ๒ ช้อนโต๊ะ หรืออาจมากน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าเหลวมากน้อยแค่ไหน ละลายกับกะทิพอควร แล้วเทใส่ในแป้งที่เหลว คนให้เข้ากันดี นำไปกวนต่อ จะทำให้แป้งข้นขึ้น
__________________
วิธีทำ:-
แบบที่ ๒
ตวงส่วนผสมแป้ง น้ำตาล กะทิใส่ชามใหญ่ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ขนาดชามประมาณว่าใส่ส่วนผสมทั้งหมดแล้ว มีพื้นที่ว่างๆเหลือครึ่งหนึ่งของชาม เผื่อไว้สำหรับตอนคนแป้ง
(แบ่งกะทิไว้ ๒ - ๔ ช้อนโต๊ะ ไว้เติมเพิ่มตอนแป้งสุกแล้วได้ หรือไม่แบ่งจะใส่ทีเดียวทั้งหมดได้ เลือกทำตามชอบ การทำด้วยไมโครเวฟ แป้งที่สุกจะข้นมาก แต่ถ้าเราเพิ่มกะทิเข้าไปทีหลังจะทำให้แป้งนุ่มขึ้น)
ใช้ช้อนหรือตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แป้งไม่จับเป็นเม็ด น้ำตาลละลายใช้ได้ ใครขยันจะนวดแป้งแบบวิธีที่ ๑ ก็ได้
(หากทำสีเดียวจะใส่สีผสมอาหาร หรืออื่นๆที่ใช้ลงไปตอนนี้ได้ ใส่แล้วคนให้เข้ากันดีก่อนเข้าไมโครเวฟ)
เสร็จแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ ๕ - ๖ นาที ทุกๆ ๑ นาที ให้เอาออกมาคนแรงๆ ๑ - ๓ นาทีแรกส่วนผสมอาจยังเป็นน้ำอยู่ก็ต้องคนเพื่อไม่ให้แป้งตกตะกอนนอนก้น
นาทีต่อไปแป้งจะเริ่มข้นแล้ว ถ้าข้นมากตียากให้ใช้ช้อนหรือตะกร้อมือกดให้แป้งแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆก่อน แล้วค่อยคนแรงๆแป้งจะเนียนเอง
หากแบ่งกะทิไว้เติมเพิ่มเข้าไปก่อนที่จะเอาเข้าไมโครเวฟนาทีสุดท้ายได้ เมื่อครบ ๕ หรือ ๖ นาทีแล้ว แป้งจะสุก
(กรณีต้องการให้มีสี และยังไม่ได้ใส่สีลงไปก่อนกวนแป้งให้ใส่น้ำใบเตย หรืออื่นๆที่ใช้หรือสีผสมอาหารลงไป ถ้าใครทำหลายสีก็แบ่งใส่ชามแล้วค่อยใส่สีตามชอบ)
คนเร็วๆแรงๆให้ส่วนผสมเข้ากันดี
ใช้ช้อนตักหยอดใส่ถาด หรือใช้ที่แต่งหน้าเค้ก ทำเป็นรูปร่างและขนาดตามชอบ ตากแดด ๒ - ๓ แดดพอให้ผิวขนมแห้ง เป็นเกร็ดน้ำตาลเกาะผิวนอกใช้ได้
วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ข้าวเกรียบปากหม้อ
• เวลาในการทำ 40 นาที•
ส่วนผสมสำหรับ 15-20 ชิ้น
วัตถุดิบตัวแป้ง
1. แป้งข้าวจ้าว 100 ก.
2. แป้งมัน 40 ก.
3. น้ำเปล่า 220 มล.
ไส้
4. หมูสับ 50 ก.
5. ไชโป้วเค็มสับละเอียด 50 ก.
6. ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 70 ก.
7. พริกไทยเม็ด 2 ชช.
8. กระเทียมปอกเปลือก 1 เม็ด
9. รากผักชี 1 ราก
10. หอมแดงสับละเอียด 2 ชต.
11. น้ำปลา ½ ชต.
12. น้ำตาลปี๊ป 2 ชต.ผักแกล้ม
13. ผักกาดหอม
14. ผักชี
15. พริกขี้หนู
16. กระเทียมเจียว 2 ชต.
17. น้ำมันกระเทียมเจียว 3 ชต.
18. น้ำมันถั่วเหลือง 3 ชต.
วิธีทำ
1
. โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยเม็ดจนละเอียด จากนั้นนำไปผัดกับน้ำมันถั่วเหลืองตามด้วยหอมแดงสับละเอียด ผัดจนเริ่มหอม
2. เติมหมูสับลงผัดให้สุก ตามด้วยไชโป๊ว น้ำตาลปี๊ป น้ำปลา ผัดต่อไปด้วยไฟอ่อน ประมาณ 10 นาที จนไส้เริ่มแห้งค่อยเติมถั่วลิสงลงผัดให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น
3. นำหม้อทรงสูงปากกว้างขึงด้วยผ้าขาวบางให้ตึง เปิดริมผ้าด้านนึงประมาณ 2 ซม.ให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมาได้ เติมน้ำเปล่าลงไป 1/3 ของหม้อ และต้มให้เดือด
4. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำเปล่า นวดให้เข้ากัน ตักแป้งครึ่งทัพพีเทลงบนผ้าขาวบาง ใช้ทัพพีเกลี่ยแป้งให้เป็นแผ่นบาง ปิดฝาไว้ 20 วินาที จนแป้งสุก ตักไส้ 1 ชช. วางกลางแผ่นแป้ง ใช้พายปาดแผ่นแป้งหุ้มให้ทั่วไส้ ตักขึ้นพักไว้ในถาดที่มีน้ำมันกระเทียมเจียว
5. เสิร์ฟพร้อมผักแกล้ม โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว
ขอขอบคุณ www.foodtravel.com
ขนมลืมกลืนๆ
ส่วนผสมตัวขนม
1. แป้งถั่วเขียว (แป้งซ่าหลิ่ม) 1 ถ้วย
2. น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วยหรือ (ใช้น้ำ 5 ถ้วย + กลิ่นมะลิ ½ ฝา + สี 2-3 หยด)
3. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยส่วนผสมหน้าขนม1. หัวกะทิ (จากมะพร้าวขูดขาว 1 กก.) 4 ½ ถ้วย2. แป้งข้าวเจ้า 13 ช้อนโต๊ะ3. เกลือป่น 2 ช้อนชา4. น้ำตาลทราย 4 ½ ช้อนโต๊ะขั้นตอนการปรุง:
วิธีทำ
1. ค่อยๆ เทน้ำลงแป้งซ่าหริ่ม ใส่กลิ่นมะลิ + สี คนให้เข้ากัน
2. ตั้งไฟกวน กวนจนแป้งใสแล้วใส่น้ำตาล กวนเร็วๆ (กวนทางเดียวกัน) จนน้ำตาลละลาย ยกลงหยอด (รีบหยอดเพราะจะแข็งตัวเร็ว) ขนมสีชมพู -ใช้กลิ่นมะลิ + สีชมพู ขนมสีเขียว -ใช้กลิ่นใบเตย + สีเขียวแอปเปิ้ล ขนมสีฟ้า - ใช้กลิ่นมะลิ + สีฟ้า
วิธีทำหน้าขนม
1. ผสมส่วนของหน้ากะทิทุกอย่างให้เข้ากัน
2. ยกขึ้นตั้งไฟกวนพอเดือด
3. รีบยกลงตักหยอดบนตัวขนม4. ทอดถั่วทองไว้โรยหน้า
วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ขนมช่อม่วง(คุณชายรณพีร์)
ส่วนผสม
ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเจ้า½ ถ้วยตวง
แป้งข้าวเหนียว1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมันสำปะหลัง2 ช้อนชา
แป้งท้าวยายม่อม2 ช้อนชา
น้ำมันพืช1 ช้อนโต๊ะ
น้ำดอกอัญชัน½ ถ้วยตวง
ส่วนผสมแป้งนวล
แป้งมัน2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมไส้
เนื้อไก่บดละเอียด½ ถ้วยตวง
รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลก1 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ¼ ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับผัด1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปรุงรส
น้ำปลาดี2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ1 ช้อนโต๊ะ
ผักที่ใช้รับประทาน
ผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
วิธีกวนแป้ง
1. ผสมแป้งทุกชนิดลงในกระทะทอง
2. ใส่น้ำดอกอัญชันทีละน้อย นวดอย่าให้แป้งเป็นเม็ดใส่น้ำมัน
3. ตั้งไฟกวน ใช้ไฟปานกลาง พอแป้งเริ่มข้นจึงลดไฟลง กวนให้มีความดิบอยู่บ้างยกลง
4. ผสมแป้งนวลในภาชนะใส่แป้งที่กวนแล้วลงไปนวดให้เข้ากัน แบ่งเป็นก้อนเล็กๆเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 ชม. คลุมด้วยผ้าขาวบาง อีกครั้ง
วิธีทำไส้
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ผัดให้หอม ใส่ไก่ลงผัดให้สุก จึงใส่หอมใหญ่
2. ปรุงรสด้วยน้ำปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนแห้ง ยกลง
วิธีปั้นช่อม่วง
1. นำแป้งสีม่วงที่ปั้นกลมๆ ไว้แผ่ให้เป็นเบ้า ใส่ไส้ตรงกลางหุ้มให้มิด
2. ใช้ที่จีบ จีบให้เป็นกลีบสับหว่างกันจนรอบ นำไปนึ่งประมาณ 5 นาที ยกลง
3. จัดใส่จานรับประทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนูและกระเทียมเจียว"
ปลากริมไข่เต่า
ขนมปลากริมไข่เต่านี้เป็นขนมไทยโบราณ เดิมเรียกว่า ขนมแชงมา และขนมจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนเค็มและส่วนหวาน ซึ่งเรียกว่า ตัวขนมและหน้าขนม
ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
ส่วนผสมแป้งนวล
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมตัวขนม
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว ½ ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสำหรับละลายแป้ง ¼ ถ้วยตวง
ใบเตยตัดท่อนยาว 3 นิ้ว 2 ใบ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งนวลในถ้วยพักไว้ สำหรับเวลาปั้นไม่ให้แป้งติดมือ
2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าว แป้งมัน ลงในกระทะทอง ค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อย จนหมดคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
3. นำไปตั้งไฟกวนด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน จนแป้งเป็นก้อน เอาใส่ในถาดที่โรยแป้งนวล (เคล็ดลับ การกวนแป้งอย่าให้สุกมาก แป้งจะแข็งนวดยาก ต้องกวนให้มีความดิบอยู่บ้าง ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ แป้งจะสวย)
4. พอแป้งอุ่นนวดให้เนียน ถ้าแป้งติดมือหรือติดภาชนะให้ใช้แป้งนวลโรย
5. ปั้นแป้งเป็นตัวยาวๆ หัวรีท้ายรี ขนาดเล็กๆ ซึ่งครึ่งหนึ่งใช้ทำตัวขนม อีกครึ่งปั้นเป็นก้อนกลมเล็กน้อยคล้ายไข่เต่า สำหรับทำหน้าขนม
วิธีทำตัวขนม
1. นำหางกะทิ น้ำตาลมะพร้าว ใบเตยใส่หม้อ ตั้งไฟพอเดือด
2. ขณะที่หางกะทิเดือด ค่อยๆ เทแป้งท้าวยายม่อมละลายน้ำลงไป
3. ใส่ตัวแป้งที่ลวงแล้วลงไป คนให้เข้ากัน ยกลงพักไว้
วิธีทำหน้าขนม
1. นำหัวกะทิ เกลือ ใบเตย ใส่หม้อตั้งไฟ ให้เดือด
2. ใส่ตัวแป้งที่ลวกแล้วอีกส่วนหนึ่งลงไปคนให้เข้ากัน พอเดือดยกลง เมื่อจะเสิร์ฟ ตักขนมทั้ง 2 ชนิด ใส่ในถ้วยเดียวกัน ถ้าคนรับประทานชอบหวาน ให้ใส่ตัวขนมมากๆ ถ้าชอบเค็มใส่หน้ามากๆ
ขนมขี้หนู หรือ ขนมทราย
ขนมขี้หนู ขนมไทย ขนมนี้มีหลายชื่อ เช่น ขนมขี้หนู ขนมทราย และขนมละอองฟ้า เทคนิคสำคัญที่สุดในการทำขนมขี้หนู คือ ขณะใส่น้ำเชื่อมลงในแป้ง โรยน้ำเชื่อมให้ทั่วแป้ง และห้ามคนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ขนมเสียไม่ฟู และการอบขนมด้วยควันเทียน นอกจากจะอบขณะอบขนมเย็นแล้วยังสามารถใส่ดอกมะลิ หรือกุหลาบมอญลงไปด้วยก็ได้หรือถ้าต้องการจะใส่สีต่างๆ ให้หยดสีลงไปในน้ำเชื่อม
ส่วนผสมตัวแป้งขนมขี้หนู ขนมไทย
แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วยตวง
กะทิ 1/4 ถ้วยตวง
น้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด 12 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย า1ถ้วยตวง
สีตามชอบ
วิธีทำขนมขี้หนู ขนมไทย
1 เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ ให้เหลือ 3/4 ถ้วย ก่อน ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
2 เทแป้งใส่ชาม ค่อยๆ เทกะทิลงในเนื้อแป้งทีละน้อย คนให้เข้ากันจนได้เนี้อแป้ง ออกมามีลักษณะเปียกหมาดๆ
3 ยีแป้งด้วยที่ร่อนแปัง 2-3 ครั้ง บนผ้าขาวบาง.
4. นำไปนึ่ง ใช้ไฟแรง นึ่งประมาณ 25 นาที
5. นำแป้งที่นึ่งสุกใส่ภาชนะ ค่อยๆ เทน้ำเชื่อมราดลงให้ทั่วเนื้อแป้งห้ามคนทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
6. ใช้ส้อม ค่อยๆ เกลี่ยแป้งให้ฟูขึ้น นำไปอบควันเทียน
7. โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยคลุกเกลือ เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมขี้หนู ขนมแบบไทยๆ สีสันสดใส และแสนอร่อยไว้ทั้งรับประทานเองหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
ลอดช่องสิงคโปร์
ลอดช่องสิงคโปร์เป็นขนมที่หวาน หอม อร่อย ทานพร้อมน้ำแข็ง ให้รสชาติถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่
แต่การทำขนมชนิดนี้ให้อร่อย แป้งต้องเหนียว และเมื่อแป้งเนียนแล้ว เวลาคลึงแป้งก็ต้องคลึงให้บาง ขนมนี้ต้องหอมนอก หอมตัวขนมและน้ำด้วยจึงจะถูกต้อง
ส่วนผสมตัวขนม
1. แป้งมัน ½ ถ้วยตวง
2. น้ำเดือดใส่สีเขียว ¼ ถ้วยตวง
3. แป้งนวล 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมน้ำเชื่อม
1. น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
2. น้ำดอกมะลิ 1 ½ ถ้วยตวง
3. ขนุนหั่นชิ้นเล็กๆ ยาวๆ ½ ถ้วยตวง
ส่วนผสมกะทิ
1. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
2. เกลือป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำลอดช่องสิงคโปร์
1. ใส่แป้งมันในอ่างผสม ทำแป้งเป็นบ่อตรงกลาง ค่อยๆ เทน้ำร้อนใส่ คนเร็วๆจนแป้งจับตัวเป็นก้อน
2. นวดให้เนียน ถ้าไม่อยากให้แป้งติดมือ แตะแป้งมันเล็กน้อย
3. คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบางๆ ตัดให้เป็นเส้นเล็ก ๆ พักไว้
4. ต้มน้ำให้เดือด นำแป้งที่ตัดไว้แล้วลงต้มให้สุก เมื่อแป้งลอยตัวและพอง ตักใส่พักในน้ำเย็น เทใส่กระชอนกรองให้สะเด็ดน้ำ
5. ผสมหัวกะทิกับเกลือ ตั้งไฟอย่างพอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น
6. ใส่แป้งที่ต้มแล้วลงไปในน้ำกะทิ ข้อ 5.
7. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำดอกมะลิใส่หม้อตั้งไฟเคี่ยว ประมาณ 7-10 นาที ใส่ขนุนยกลงพักไว้ให้เย็น อบควันเทียน 20 - 30 นาที
8. ตักเสิร์ฟใส่ขนมที่อยู่ในกะทิ ใส่น้ำ เชื่อม น้ำแข็ง รับประทานเย็นๆ อร่อยชื่นใจ
ขนมเล็บมือนาง
ขนมชนิดนี้เป็นขนมไทยที่มีลักษณะแหลมคล้ายเล็บมือของนางรำ มีหลายสี แต่ต้องเป็นสีอ่อนๆ ไม่ฉูดฉาด เรามาดูกันว่าวิธีการทำขนมไทยชนิดนี้เป็นอย่างไร ทำอย่างไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง
ส่วนผสมตัวขนมเล็บมือนาง
แปังข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
แปังท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
ส่วนผสมอี่น ๆ
มะพร้าวขูดขาว 2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
งาดำงาขาวคั่ว 2 ช้อนโตะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำขนมเล็บมือนาง ขนมไทย
1. คลุกมะพร้าวกับเกลือเข้าด้วยกัน นำไปนึ่งไฟกลาง 5- 10 นาที
2. ผสมแปังนวลเข้าด้วยกันพักไว้
3. ผสมแปังทั้ง 3 ชนิด เข้าด้วยกัน ค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อยลงไปจนหมด ใส่กระทะทองไว้
4. นำไปกวนด้วยไฟกลาง จนแป้งจับตัวเป็นก้อน ยกลงใส่ในภาชนะที่มีแป้งนวล นวดให้แป้งเนียนเข้ากันดี
ใส่สีอ่อนๆ ตามชอบ ปั้นให้เป็นตัวขนมยาวประมาณครึ่งนิ้ว หัวท้ายแหลม พักไว้
5. ตั้งกระทะใส่น้ำปูนใส พอน้ำเดือดให้นำตัวขนมที่เตรียมไว้มาต้ม พอขนมลอยขึ้นก็ตักใส่น้ำเย็น เทใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ คลุกด้วยมะพร้าวที่เตรียมไว้
6. ผสมงาทั้ง 2 ชนิด และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน นำไปบดในครกพอเข้ากัน พักไว้ พักไว้
7. นำหัวกะทิตั้งไฟ 2 นาที ยกลง
8. เมี่อจะเสิร์ฟ ตักขนมเล็บมือนางใส่จาน ราดหัวกะทิ โรยงาที่เตรียมไว้ เสิร์ฟได้ทันที
ขนมน้ำดอกไม้
ขนมน้ำดอกไม้
ขนมน้ำดอกไม้เป็นขนมไทยที่ชื่อไม่คุ้นสำหรับใครหลายคน บางคนอาจจะยังไม่เคยกิน สมัยนี้อาจจะหากินยากสักหน่อย
ส่วน ผสม
แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยดอกมะลิ 1 3/4 ถ้วย
ถ้วยตะไลสำหรับใส่ขนม
วิธี ทำ
1. ให้นำ น้ำลอยดอกมะลิ น้ำตาล ลงในหม้อ ตั้งไฟ คนๆให้น้ำตาลละลาย พอเดือดให้ยกลง
กรองน้ำเชื่อมผ่านผ้าขาวบางให้สะอาด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น จะได้น้ำเชื่อม
2. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม ลงในชามผสม ใส่น้ำปูนใสและน้ำเชื่อมทีลงไปละน้อย จากนั้นนวดแป้งจนรวมตัวเป็นก้อน หยดใส่น้ำเชื่อม นวดต่อไปเรื่อยๆจนแป้งเหนียว ใส่น้ำเชื่อมที่เหลือจนหมด นำไปกรอง จากนั้นหมักแป้งไว้ 1 ชั่วโมง
3. ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟให้เดือด แล้วนำถ้วยตะไลไปนึ่งให้ร้อนจัด แล้วใส่แป้งลงไป จากนั้นปิดฝาลังถึงแต่ไม่ต้องปิดสนิท
4. ใส่แป้งให้เต็มถ้วย นึ่งนานประมาณ 3 นาที พอหน้าขนมเริ่มบุ๋ม เบาไฟลง
นึ่งต่ออีกประมาณ 15 นาที
***ถ้าต้องการทำให้ขนมบุ๋มตรงกลางมากๆ ให้เทแป้งออกหลังจากนึ่ง พอแป้ง
จับขอบถ้วยก็เปิดฝา
ขนมหยกมณีแสนสวย
ขนมหยกมณี
ขนมหยกมณีเป็นขนมที่ทำจากเม็ดสาคู และปัจจุบันมีสาคูสีเขียว และสีอื่นๆ ขาย ถ้าใช้สาคูสีเขียวไม่ต้องแช่ด้วยน้ำใบเตยถ้าเป็นสีขาวจึงจะแช่ด้วยน้ำใบเตย ในระหว่างการทำถ้าสาคูยังไม่สุก อย่าใส่น้ำตาลทราย จะทำให้สาคูไม่สุก ควรเลือกมะพร้าวทึนทึกทีค่อนข้างอ่อน จะทำให้ขนมอร่อยขึ้น
ส่วนผสมขนมหยกมณี
สาคูเม็ดเล็ก ½ ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 3/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำขนมหยกมณี
1. ผสมมะพร้าวทึนทึกกับเกลือให้เข้ากัน นึ่งไฟกลาง 5- 10 นาที
2. ตั้งกระทะทองใส่น้ำใบเตย และน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง เคี่ยวให้เดือด
3. ใส่เม็ดสาคูลงไป กวนพอสุกเป็นตากบเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายที่เหลือลงไปกวนต่อจนสาคูสุกใส
4. เทขนมที่สุกแล้วลงในมะพร้าวที่นึ่งแล้วในข้อ 1.
5. ตัดเป็นชิ้นพอคำ คลุกกับมะพร้าวให้ทั่วใส่ถ้วยเล็กๆ
วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ขนมเสน่ห์จันทร์ (ขนมไทยหายากมาก)
วิธีทำขนมเสน่ห์จันทร์
ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง ไข่ไก่ 2 ฟอง ผงจันป่น 1/2 ช้อนชา สีผสมอาหารสีเหลือง
วิธีทำ
1. ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน
2. ผสมหัวกะทิกับน้ำตาล ละลายแล้วกรองผสมแป้งกับกะทิ และผงจันป่นสีเหลือง
3. ตั้งไฟอ่อน กวนจนจับกัน
4. ไข่ไก่ใช้แต่ไข่แดง ใส่ขณะแป้งร้อน รีบคนให้เข้ากัน ยกลง
5. พอขนมอุ่นปั้นได้ ให้ปั้นเป็นรูปผลจัน ตรงขั้วผลใช้น้ำตาลเคี่ยวสีน้ำตาลหยอด
ขนมถ้วยฟู
วิธีทำขนมถ้วยฟู
ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า 3 1/2 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว 1 1/2 ถ้วยตวง
ยีสต์ผง 2 ช้อนชา
ผงฟู 4 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ร่อนแป้งข้าวเจ้ากับยีสต์รวมกัน แล้วค่อยๆ ใส่น้ำลอยดอกมะลิทีละน้อยๆ นวดจนแป้งนุ่ม แล้วใส่น้ำตาลทรายลงในแป้ง นวดต่อจนน้ำตาลทรายละลายหมด หลังจากนั้นค่อยๆ ใส่น้ำลอยดอกมะลิในส่วนผสมแป้งทั้งหมด
2. หมักส่วนผสมแป้งไว้ประมาณ 3 ชม.
3. เตรียมลังถึง ตั้งน้ำให้เดือด นึ่งถ้วยให้ร้อนจัด ตักส่วนผสมแป้งที่หมักไว้ 1 ถ้วยตวง ใส่ผงฟู 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน หยอดลงในถ้วยให้เต็ม นึ่งไฟแรงประมาณ 15 นาที ทิ้งให้ขนมอุ่นๆ จึงแคะออกจากถ้วย
ขนมทองเอก
วิธีทำขนมทองเอก
ส่วนผสม
1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 ถ้วย
2. แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนชา
3. ไข่ไก่ (ใช้เฉพาะไข่แดง) 8 ฟอง
4. กะทิ (มะพร้าวขูดขาว 200 กรัม) 1 ถ้วย
5. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
สิ่งที่ต้องเตรียม : พิมพ์ไม้สำหรับทำขนมทองเอก, ทองคำเปลว
วิธีทำ
1. ใส่กะทิกับน้ำตาลลงในกระทะทอง ตั้งไฟกลาง เคี่ยวนานประมาณ 10-15 นาที จนมีลักษณะข้นขาว ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น
2. ร่อนแป้งสาลีและแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง นำกะทิกับน้ำตาลาที่เคี่ยวไว้ (ส่วนผสมข้อ 1) ใส่ไข่แดง และแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำขึ้นกวนไฟอ่อน ๆ จนแป้งรวมตัวเป็นก้อน กวนจนแป้งเนียนใส ยกลง คลุมด้วยผ้าขาวบางทิ้งไว้ให้เย็น
4. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมเท่า ๆ กัน อัดลงในพิมพ์รูปต่าง ๆ ตามต้องการ เคาะออก นำมาติดทองคำเปลว
สูตรการทำขนม เม็ดขนุน
ส่วนผสม
1. ไข่เป็ด 20 ฟอง
2. น้ำเชื่อม น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
3. น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง
4. ไส้ถั่วเขียวดิบ 500 กรัม
5. น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
6. กะทิ 2 ถ้วยตวง
7. มะพร้าวขูดขาว 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. ถั่วเขียวแช่น้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง นำผ้าขาวบางรองลังถึงนึ่งถั่วให้สุก โขลกให้ละเอียด กวนส่วนผสมไส้ทั้งหมดให้แห้งจนปั้นได้ ปั้นรูปลักษณะคล้ายกับเม็ดขนุน วางเรียงใส่ถาดไว้
2. ตอกไข่ แยกไข่ขาวไข่แดง ใส่ไข่แดงลงบนผ้าขาวบางรีดเยื้อไข่ออก
3. น้ำตาลกับน้ำลอยดอกมะลิ ใส่กระทะตั้งไฟเคี่ยวพอข้น ใส่ถั่วที่ปั้นแล้วชุบไข่แดงให้ทั่ว ใส่ในน้ำเชื่อม ยกกระทะน้ำเชื่อมตั้งไฟให้เดือด พอขนมสุกช้อนขึ้นใส่ถาดพักให้เย็น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)